ประโยชน์ของการอบสมุนไพร

การอบสมุนไพรนั้นเรียกได้ว่า เป็นการบำบัดร่างกายด้วยความร้อน ซึ่งได้พัฒนามาจากเมื่อแม่ลูกอ่อนที่คลอดลูกใหม่ ๆ แล้วต้องอยู่ไฟ หรืออังไฟ อาบน้ำร้อน และดื่มน้ำร้อนแช่สมุนไพรต่าง ๆ หากแต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้พัฒนามาเป็นการอบสมุนไพรด้วยสมุนไพรนานาชนิด เช่น ขมิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูด ส้มป่อย ฯลฯ โดยการนำสมุนไพรเหล่านี้ไปตากแห้งก่อน แล้วนำมาต้มให้เดือด จากนั้นก็ทำการอบในกระโจมบ้าง หรือในตู้อบสมุนไพร ห้องอบ

สมุนไพรบ้าง สักประมาณ 15-20 นาที จะเห็นว่ามีเหงื่อออกมาทางผิวหนังจำนวนมาก นั่นก็คือ การขับสารพิษออกมาทางผิวหนัง เมื่อทำเป็นประจำประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลาหนึ่งก็จะเห็นความแตกต่าง ทั้งทางด้านร่างกายที่มีสุขภาพดีขึ้น หายใจได้สะดวกขึ้น เนื่องจากเวลาที่อบสมุนไพรก็จะได้กลิ่นของสมุนไพรต่าง ๆ ทำให้หายใจโล่งสบาย นอนหลับสบาย

ประโยชน์ของการอบสมุนไพรนั้น ยังส่งผลทำให้ผิวพรรณดีขึ้น เพราะได้ชำระล้างสารพิษออกไปทางผิวหนัง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ที่มีอาการปวดตามข้อ ตามกล้ามเนื้อต่าง ๆ หรือพวกที่เป็นอาการออฟฟิศซินโดรม จะคลายจากอาการเหล่านี้ได้ ซึ่งคนที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อ ข้อต่อควรปรึกษาแพทย์แผนไทย ในการอบสมุนไพรว่าจะต้องอบสัปดาห์ละกี่ครั้ง เพราะจะต้องใช้การนวดร่วมด้วย อาการจึงจะทุเลาเร็ว

อีกหนึ่งประโยชน์ของการอบสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพร่างกายคือการช่วยให้เลือดไหวเวียนได้ดียิ่งขึ้น เหมาะกับผู้ที่เป็นความดันโลหิตต่ำ จะคลายอาการหน้ามืดได้ แต่ทั้งนี้ควรจะวัดความดันโลหิตก่อนอบสมุนไพรเสมอ ๆ เนื่องจากผู้ที่มีความดันโลหิตสูงนั้นห้ามอบสมุนไพรโดดเด็ดขาด

การอบสมุนไพรที่กล่าวมานี้เรียกว่าการ “อบเปียก” โดยใช้ไอน้ำเข้าช่วย แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีคือการ “อบแห้ง” คือการอาบด้วยน้ำต้มสมุนไพร และทาตัวให้ทั่วด้วยผงขมิ้น เพื่อรักษาผิวพรรณนาจากอาการอักเสบ  อีกทั้งการอบแห้งนี้ยังรวมถึง การนอนบนแคร่แล้วใช้เตาถ่านไว้ล่างแคร่เหมือนสมัยโบราณ ที่ผู้หญิงหลังคลอดลูกทำกัน

ประโยชน์ของการอบสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นอบเปียก อบแห้ง หรือแม้แต่การนอนแช่ในน้ำสมุนไพร การแช่มือ แช่เท้าในน้ำสมุนไพร ย่อมมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมอยู่แล้ว และเราก็สามารถอบสมุนไพรเองที่บ้านได้ โดยการประยุกต์ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าต้มสมุนไพรแห้ง ใช้ผ้าห่มคลุมจากหัวจรดเท้า และอยู่ให้ห่างจากหม้อประมาณ 1 ฟุต หันหน้าเข้าหาไอน้ำสลับหันหลังเข้าหาไอน้ำ ประมาณ 15-20 นาทีแล้วหยุด พัก ดื่มน้ำสมุนไพรร้อน ๆ แล้วค่อยอบใหม่ในเวลาเท่ากันได้

ทว่าในบางบ้านอาจจะทำกระโจมขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่ออบสมุนไพรหรือทำห้องอบสมุนไพรขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่อย่างที่กล่าวไปว่า ก่อนจะอบสมุนไพรในแต่ละครั้ง ให้วัดความดันก่อนทุกครั้ง และหลังจากทานอาหารอิ่มใหม่ๆไม่ควรอบสมุนไพร  หากมีอาการวิงเวียนศรีษะ หรือปวดหัวก็ไม่ควรอบสมุนไพรในเวลานั้นเช่นกัน

หรือคุณกำลังหมายถึง...

4 ผลไม้ที่กินแล้วผิวขาว กระจางใส

FacebookTwitterLine สำหรับสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ที่อยากมีผิวขาวนั้น หากไม่ต้องการพึ่งพาอาหารเสริม แค่ทานผักผลไม้หรือโภชนาการให้ถูกต้อง ก็ทำให้ผิวขาวเนียนได้ ซึ่งคำว่าผิวขาวในที่นี้มิได้หมายถึง สีผิวที่ขาวจนวอก แต่หมายถึง ผิวที่ใส เรียบเนียน ดูกระจ่าง …